Get Adobe Flash player

เขวาฯ บน Facebook

ผู้ชมออนไลน์

เรามี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สถิติผู้มาเยือน

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้25
mod_vvisit_counterเมื่อวาน90
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้248
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว355
mod_vvisit_counterเดือนนี้917
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว1802
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด78156
ICT_Learning_org
ICT_Media_org
mict4u

thaitelecentre

 

 

ICT_Learning_org
ICT_Media_org
mict4u

thaitelecentre

 

 

สำรวจรอบรั้วชุมชน

Prev Next

โรงเรียนบ้านนาโพธิ์

โรงเรียนบ้านนาโพธิ์

เมื่อปลายปี 2481 ประชาชนในหมู่บ้านนาโพธิ์ ได้ช่วยกันจัดหาวัสดุปลูกสร้าง มีเสาไม้แก่นกระเทาะเปลือก ไม้เครื่องบน และหญ้าคา นำมาปลูกสร้างขึ้นแบบศาลาการเปรียญ ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร บนที่ดินราชพัสดุ (โคกเกริล) มีเนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน เป็นอาคารเรียนชั่วคราว ไม่มีฝากั้นห้องปี พ.ศ.2482 ขออนุญาตเปิดรับนักเรียนเข้าเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 มีนักเรียนชายหญิง รวม 18 คน นายหิน สิงคเสลิต เป็นครูผู้สอน และครูประจำชั้นปี พ.ศ. 2485 พระอธิการพอก ศรีงาม เจ้าอาวาสวัดบ้านเขวาสินรินทร์ ให้พระภิกษุปัน คงชื่นใจ มาร่วมกับชาวบ้านทำการรื้อถอน และจัดหาวัสดุมาทำการปลูกสร้างขึ้นใหม่ แทนอาคารหลังเก่า ได้อาคารขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 18 เมตร...

Comments 02 ม.ค. 2012 Hits:1106 กำเนิดชุมชน

Read more

วัดไพศาลภูมิกาวาส

วัดไพศาลภูมิกาวาส

วัดไพศาลภูมิกาวาส  ตั้งอยู่บ้านสดอ หมู่ 6 ตำบลเขวาสินรินทร์  อำเภอเขวาิสินรินทร์  จังหวัดสุรินทร์  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน  ส.ค.1 เลขที่ 929  อาณาเขตของวัด  ทิศเหนือ  ประมาณ 3 เส้น  จรดที่ดินนางไคล  ทิศใต้ประมาณ 3 เส้น 10 วา  จรดถนนร.พ.ช. ทิศตะวันออก ประมาณ 2เส้น 2 วา  จรดที่ดินชาวบ้าน  ทิศตะวันตก ประมาณ 2 เส้น 3 วา 3 ศอก จรดทางสาธารณประโยชน์  วัดไพศาลภูมิกาวาสมีธรณีสงฆ์ 1 แปลง  เนื่อที่ 5 ไร่  ส.ค.1...

Comments 16 ต.ค. 2011 Hits:963 กำเนิดชุมชน

Read more

วัดบ้านพระปืด

วัดบ้านพระปืด

ข้อมูลในการเรียบเรียงนี้  คุณยายคลำ  วิเศษสิทธิ์  อายุ 100 ปี เป็นผู้เล่าให้ฟังขณะที่คุณยายยังมีสติสัมปชัญญะดีมาก  มีความจำดี  เหตุการณ์ที่คุณยายได้ไปร่วมในการสรงน้ำสงกรานต์ที่วัดบ้านสดอ  เมื่อท่านอายุได้ 15 ปี ท่านยังจดจำรายละเอียด  ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดพระปืดขึ้น คุณยายก็ได้ไปร่วมงานด้วย วัดบ้านพระปืดหรือวัดปราสาทแก้ว  ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองชั้่นใน  ริมคูเมืองด้านทิศตะวันออก  ที่ตั้งของวัดค่อนไปทางเหนือของหมู่บ้าน    เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2449 มีพระภิกษุรูปหนึ่ง  ชื่อ "พระภิกษุปรึล" บ้านเดิมอยู่ทางเขตอำเภอสัีงขะ  เป็นโรคลมบ้าหมู  ได้มาขอให้ "อาจารย์ทุย" เจ้าอาวาสวัดบ้านสดอ ทำการรักษา  เมื่อหายดีแล้วก็ปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์ทุยตลอดมา

Comments 08 ต.ค. 2011 Hits:1204 กำเนิดชุมชน

Read more

บ้านสดอ

บ้านสดอ

บ้านสดอ ปู่ทวดเล่าให้ฟังว่า บ้านสดอแต่ก่อนเป็นป่า มีแหล่งน้ำที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของชุมชนคือ หนองตาเหลียว อยู่คุ้มเหนือ หนองหงษ์อยู่คุ้มตะวันออก หนองตาเสาะอยู่ทางทิศตะวันออก  หนองกุมเพนียงและหนองตะเกาอยู่ทางทิศใต้  หนองบัว (หนองโชค)อยู่ทางทิศตะวันตก  จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าจึงมีสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่มาอาศัยอยู่  ปู่ก็เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า มีช้างตัวผู้ที่ไม่มีงามาอาศัยอยู่ ร่วมกับช้างหลายตัว  ช้างตัวผู้ที่ไม่มีงาเรียกว่า "ช้างสีดอ" และเมื่อช้างนี้ได้ตายลง จึงเรียกชุมชนนี้ว่า "หมู่บ้านช้างสีดอ" ต่อมาเรียกสั้่นๆว่า "บ้านสดอ"

Comments 02 ต.ค. 2011 Hits:1480 กำเนิดชุมชน

Read more

บ้านตระแบกใหญ่

บ้านตระแบกใหญ่

ก่อนอื่นที่จะได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านตระแบกใหญ่ จะขอกล่าวถึงสภาพลักษณะภูมิภาพพื้นที่เสียก่อนสภาพจอมใจกลางของพื้นที่ที่จะตั้งเป็นหมู่บ้านต้นตระแบกใหญ่คู่ ๑ อยู่ขวาซ้ายต้น ไทร ข้าง ๆ ทั้ง 4 ด้าน ต้นสะแก ดูเป็นป่าสะแก ภายในตัวหนองเต็มไปด้วย โสน ขอบปากหนองสลับชุมเห็ดเทศ ลักษณะตัวหนอง กว้าง ยาว เกือบ ๆ จะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ลึก แบบก้นกระทะ แม้จะไม่ลึกมากนัก แต่ส่วนมากมีน้ำขังอยู่ตลอดปี เหมาะเป็นที่อยู่อาศัยของหมู่เต่า ปลาอันว่าความศักดิ์สิทธิ์ แปลกประหลาดของบ้านตระแบกนี้ ท่านผู้เฒ่าผู้แก่เคยกล่าวให้ฟังว่า ถึงเวลาวันศีลวันพระ จะมีเสียงดนตรีปี่พาท บรรเลงประโคมเสียงฆ้องใหญ่กระหึ่ม หมุ่ย หมุ่ยหมุ่ย ดังขึ้นในยามใกล้รุ่ง เป็น ๓ ระยะระยะสองค่อนรุ่งอรุณเบิกฟ้า ระยะเวลาใกล้เพลสัตว์น้ำในหนองใครผู้ใดบังอาจจับเอาไปกินหรือทำอันตรายต่อสัตว์ มันผู้

Comments 24 ก.ย. 2011 Hits:856 กำเนิดชุมชน

Read more

ชุมชนพอเพียงบ้านระโงนกรอย

ชุมชนพอเพียงบ้านระโงนกรอย

บ้านระโงนกรอย หมู่ที่ 9 ตำบลบึง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เดิมชื่อ “บ้านโนนกลอย” คำว่า “กลอย” เป็นพืชเถาชนิดหนึ่งมีหัวอยู่ในดิน ใช้รับประทานได้ ซึ่งบุคคลในสมัยก่อนได้เล่าว่า ในบริเวณแห่งนี้มีกลอยเป็นจำนวนมาก จึงได้ตั้งชื่อให้สอดคล้องกับชื่อพืชชนิดนั้น เดิมหมู่บ้านตั้งอยู่ทาง ทิศใต้ของหนองน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นที่สูงเรียกว่า “โนน” แล้วต่อมาได้ย้ายมาอยู่ทางทิศเหนือของหนองน้ำ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ระโงนกรอย” ภาษาถิ่นที่ใช้เป็นภาษาส่วยซึ่งในตามประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ สันนิษฐานว่าน่าสืบทอด  

Comments 11 ก.ย. 2011 Hits:967 กำเนิดชุมชน

Read more

ปราสาททองโบราณสถานอยู่คู่ชุมชน

ปราสาททองโบราณสถานอยู่คู่ชุมชน

ปราสาททองป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดปราสาททอง ตำบลปราสาททอง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปราสาททองมีความโดดเด่น มีปรางค์ประธานองค์เดียว ฐานปราสาทยกด้วยเนินดินสูง ลวดลายที่ทับหลังมีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบพิธีพราหมณ์ปราสาททองหรือ ปราสาทแสรออ เป็นโบราณสถานซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย ศตวรรษที่ 14 โดยชาวขอมกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้จารึกแสวงบุญ สร้างไว้เพื่อเป็นการสักการะบูชา และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยสังเกตจากเทวรูปพระนารายณ์ทรงสุบรรณในทับหลัง

Comments 28 ส.ค. 2011 Hits:1290 กำเนิดชุมชน

Read more

บ้านอากลัว

บ้านอากลัว

บ้านอากลัว เดิมเป็นชื่อ“บ้านโคกสวาย“  สมัยก่อนอยู่ติดกับหนองน้ำสาธารณะที่อยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านในปัจจุบัน  ชาวบ้านมีอาชีพหลัก คือการปลูกข้าว  ปลูกพืช  สมัยก่อนไม่มีไถ จึงอาศัย เสียมในการขุด  บ้านโคกสวายตั้งอยู่นานแค่ไหนไม่มีใครทราบได้   ปัจจุบันยังพบเศษเครื่องปั้นดินเผาให้เห็นในบริเวณนั้นอยู่บ้าง  ซึ่งสันนิษฐานอาจมีการปฎิสัมพันธ์กับชุมชนโบราณบ้านพระปืด ในสมัยนั้น  ซึ่งมีอาณาเขตใกล้เคียงกัน 

Comments 19 ส.ค. 2011 Hits:1372 กำเนิดชุมชน

Read more

ชุมชนเขวาสินรินทร์

ชุมชนเขวาสินรินทร์

เขวาสินรินทร์ ดินแดนหัตถกรรม เลิศล้ำภูมิปัญญา ตระการตาผ้าไหม ระบือไกล ปะคำสวย ร่ำรวยประเพณี มีปราสาทโบราณ สืบสานเพลงกันตรึม คำว่า "เขวา" อ่านว่า ขะ-หวาว เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะลำต้นสูงอายุยืนนิยมใช้ทำเครื่องใช้ที่เป็นสิริมงคล เช่น อาสนสงฆ์ พานไม้ ถาดไม้ ส่วนคำว่า "สินรินทร์" เป็นชื่อของ "ขุนสินรินทร์บำรุง" ซึ่งเป็นกำนันคนแรกของตำบลเขวาสินรินทร์ จึงได้รวมชื่อเป็น

Comments 06 มิ.ย. 2011 Hits:2363 กำเนิดชุมชน

Read more

ชุมชนพอเพียงบ้านระโงนกรอย

บ้านระโงนกรอย หมู่ที่ 9 ตำบลบึง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เดิมชื่อ “บ้านโนนกลอย” คำว่า “กลอย” เป็นพืชเถาชนิดหนึ่งมีหัวอยู่ในดิน ใช้รับประทานได้ ซึ่งบุคคลในสมัยก่อนได้เล่าว่า ในบริเวณแห่งนี้มีกลอยเป็นจำนวนมาก จึงได้ตั้งชื่อให้สอดคล้องกับชื่อพืชชนิดนั้น
เดิมหมู่บ้านตั้งอยู่ทาง ทิศใต้ของหนองน้ำสาธารณะ ซึ่งเป็นที่สูงเรียกว่า “โนน” แล้วต่อมาได้ย้ายมาอยู่ทางทิศเหนือของหนองน้ำ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ระโงนกรอย” ภาษาถิ่นที่ใช้เป็นภาษาส่วยซึ่งในตามประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ สันนิษฐานว่าน่าสืบทอด

 

จากบรรพบุรษกลุ่มที่ 3 ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์ (เสนอ มูลศาสตร์)
“จังหวัดสุรินทร์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๒๖๐ ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ขณะนั้นมีชาวพื้นเมืองที่เรียกตนเองว่า "กูย" หรือ "กวย" และถูกเรียกว่า "ส่วย" อพยพมาจากหลายทาง มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ประมาณ ๖ กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ ๑ มีเชียงปุมเป็นหัวหน้า มาตั้งบ้านเรือนที่เมืองที ซึ่งอยู่ในเขตบ้านเมืองที ตำบลเมืองที อำเภอเมืองปัจจุบัน
กลุ่มที่ ๒ มีเชียงสีเป็นหัวหน้า ตั้งชุมชนที่บ้านกุดหวาย หรือเมืองเตา อยู่ในเขตอำเภอรัตนบุรีปัจจุบัน
กลุ่มที่ ๓ มีเชียงสงเป็นหัวหน้า ตั้งบ้านเรือนที่บ้านเมืองลีง ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอจอมพระ
กลุ่มที่ ๔ มีเชียงขันเป็นหัวหน้า สร้างบ้านขึ้นที่โคกลำดวน อยู่ในเขตอำเภอขุขันธ์
จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบัน
กลุ่มที่ ๕ มีเชียงฆะเป็นหัวหน้า สร้างบ้านแปงเมืองที่บ้านอัจจปะนึงหรือโคกอัจจะ อยู่ในเขตอำเภอสังขะปัจจุบัน
กลุ่มที่ ๖ มีเชียงไชยเป็นหัวหน้า ตั้งบ้านแปงเมืองขึ้นที่บ้านกุดปะไท คือบ้านจารพัต เขตอำเภอศีขรภูมิปัจจุบัน”
บ้านระโงนกรอยมีการปกครอง โดยมีผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันดังมีรายชื่อ
1.นายดี สายบุตร
2.นายพัน สายบุตร
3.นายนา สายบุตร
4.นายบุญจันทร์ เจริญยิ่ง
5.นายเรวัต สายบุตร
6.นายเมียน เงางาม
7.นายเสมือน สายบุตร (คนปัจจุบัน) หมู่บ้านระโงนกรอยมี 47 ครัวเรือน มีประชากร 196 คน แยกเป็น ชาย 96 คน หญิง 100 คน (มี.ค.46)

 

 

จุดเด่น

ชาว บ้านระโงนกรอยเป็นคนรักความสงบ มีความสมัครสมานสามัคคีในหมู่บ้าน ซื่อสัตย์สุจริต การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน จึงทำให้การดำเนินกิจกรรมกลุ่มของเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้ผลสัมฤทธิ์ ที่สูงสุด หน่วยงานราชการทุกหน่วยได้เล็งเห็นผลงาน กิจกรรมที่ผ่านมาของหมู่บ้านระโงนกรอย จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะสนับสนุนกิจกรรมของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เช่น ศูนย์สาธิตการตลาดซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 เป็นจุดแรกของประชาคมหมู่บ้านที่จะเสริมสร้างกระบวนการกิจกรรมอื่นได้ในเวลา ต่อมา ซึ่งได้พัฒนาอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี รถนวดข้าว รถบรรทุก 6 ล้อ และรถเกี่ยวข้าว ซึ่งล้วนเป็นผลงานการบริหารงานของผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านด้วยทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าโดยบางส่วนงบประมาณที่ขาด ก็สามารถนำจากกิจกรรมส่วนอื่นมาทดแทนกัน จากศูนย์สาธิตการตลาด ธนาคารข้าว รวมทั้งการระดมทุนจากผ้าป่าเพื่อมาพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นทุนของหมู่บ้านต่อไป

อาชีพหลัก
1.การทำนา
2.การจำหน่ายสลากกิน แบ่งรัฐบาล
อาชีพเสริม
1.การทอผ้าไหม
2.ปลูกพืชผักสวนครัว(เพื่อครัวเรือน,จำหน่าย)

1. ด้านเศรษฐกิจ
1.ทุกครัวเรือนมีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีโครงการสนับสนุนดังต่อไปนี้
1.1 โครงการศูนย์สาธิตการตลาดประจำหมู่บ้าน
1.2 โครงการโรงสีข้าวชุมชน
1.3 ธนาคารข้าว
1.4 โครงการกองทุนหมู่บ้าน
1.5 โครงการปุ๋ยชีวภาพ
1.6 โครงการทำน้ำหมักชีวภาพ
1.7 โครงการรถเกี่ยวนวดชุมชน
1.8 โครงการเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน
2. ประชากรที่อยู่ในวัยทำงานมีงานทำทุกคน ไม่ว่าจะเป็นด้านเกษตรกรรมและหลังจากช่วงเก็บเกี่ยวประกอบอาชีพรับจข้างทั่วไป
3. ทุกคนในครัวเรือนได้กินอาหารที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
4.ทุก ครัวเรือนมีเงินทุนประกอบอาชีพ โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก กองทุนเงินล้าน,โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กขคจ.) ,กลุ่มสัจจะแม่บ้าน, กลุ่มออมทรัพย์ฃ
5.ครัวเรือนมีอาชีพเสริมอย่างน้อย 1 อย่าง โดยการจัดกิจกรรมสนับสนุนดังนี้
5.1จัดตั้งกลุ่มส่งเสริมการทอผ้าไหมมัดหมี่ อนุรักษ์ผ้าลายท้องถิ่น
5.2 จัดตั้งกลุ่มแปรรูปข้าว
5.3 กลุ่มออมทรัพย์สตรี
5.4 กลุ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
2.ด้านสังคม
2.1 สุขภาพอนามัย
1.รณรงค์ให้มีถังขยะทุกหลังคาเรือน
2.ทุกหลังคาเรือนมีห้องน้ำห้องส้วมที่สะอาดถูกสุขลักษณะ
3.สนับสนุนส่งเสริมให้มีภาชนะเก็บกักน้ำฝนไว้ดื่มทุกหลังคาเรือน
4.จัดตั้งกองทุน ธนาคารยา และเวชภัณฑ์ จัดหายาสามัญประจำบ้านสำหรับการบรรเทา เบื้องต้น
5.อสม.มีการตรวจและกำจัดลูกยุงลายทุกเสาร์ของเดือน
6.จำนวนประชากรที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้มีจำนวนลดลงโดยดำเนินการดังนี้
- แจกทรายอเบสเพื่อควบคุมวงจรชีวิตยุงลาย
2.2 ด้านการศึกษา
7.จำนวนประชากร คน อายุ 15 – 60 ปี สามารถอ่านออกเขียนได้
8. ชาวบ้านได้รับข่าวสารจากที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน
9. ได้รับข่าวสารทางราชการ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านหอกระจายข่าวอย่างสม่ำเสมอ

2.3 ด้านคุณธรรมจริยธรรม
1.ทาง หมู่บ้านได้สนับสนุนให้มีการจัดงานที่เกี่ยวกับวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา วันอาสฬบูชา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาและมีการทำบุญตักบาตรทุกวันพระ
2.มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่ให้ชาวบ้านเกี่ยวข้องกับอบายมุข โดยผ่านหอกระจายข่าวและทุกครั้งที่มีการประชุมประจำเดือน และจัดให้มีการดำเนินการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด
3.ด้านประเพณีวัฒนธรรม
ส่งเสริมและรณรงค์ให้ชาวบ้านแต่งชุดผ้าไหมพื้นเมือง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นและเป็นเอกลักษณ์ของกิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ด้วย
ส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน เช่น ประเพณีแซนโดนตา รำมะม๊วด รำตรด เซ่นปูตา รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์

3.ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม
3.1 ด้านกายภาพ
1.หมู่บ้านมสีเส้นทางคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย และใช้ได้ทุกฤดูกาล โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานของภาครัฐ ดังนี้
- ลงหินคลุกเส้นทางสายหลักเป็นระยะทาง 1,500 เมตร (อบต.บึง)
- ลงหินคลุกในซอยเข้าหมู่บ้าน (อบต.บึง)
- ประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ ลงหินคลุกจากปากทางบ้านปะ อำเภอจอมพระ – บ้านระโงนกรอย หมู่ 9 ตำบลบึง เป็นระยะทาง 1,000 เมตร
- ปี 2546 ก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้านเป็นระยะทาง 150 เมตร
- ปี 2548 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นระยะทาง 800 เมตร
2.ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ทุกหลังคา
3.หมู่บ้านมีระบบโทรศัพท์สาธารณเพียงพอ
4.ด้านแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนขุดลอกคลองหนองน้ำสาธารณะจากอบต.บึง เมื่อปี 2548
3.2 ด้านสิ่งแวดล้อม
สนับ สนุนส่งเสริมให้แต่ละหลังคาเรือนมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับการทำความสะอาด บ้านเรือนแหล่งที่อยู่อาศัย พร้อมกับให้มีการจัดเก็บและกำจัดขยะอย่างเหมาะสม คือให้ทุกหลังคาเรือนมีการรองรับขยะ และยังส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้ตามบ้านเรือนและทางเดิน ถนน เพื่อให้เกิดความร่มรื่น สวยงาม พร้อมกับส่งเสริมให้มีการรักษาความสะอาดถนนและแหล่งน้ำ ให้เกิดความสะอาดอย่างต่อเนื่อง

4.ด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย
บ้าน ระโงนกรอย เป็นหมู่บ้านที่ปลอดอาชญากรรมและเป็นหมู่บ้านที่เอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยการประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนทราบถึงโทษและภัยของยาเสพติด ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและองค์การบริหารส่วนตำบลรวมทั้งหน่วยงานราชการ ทุกภาคส่วน ทำให้หมู่บ้านระโงนกรอย
1.เป็นหมู่บ้านปลอดอาชญกรรม
2.เป็นหมู่บ้านเอาชนะปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน
3.จำนวนอุบัติเหตุจากยานยนต์ลดลง
4.คณะกรรมการหมู่บ้านได้ดำเนินการประนีประนอมข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านอย่างสมานฉันท์
5.ด้านการเมืองการปกครอง
- ชาวบ้านมีความสนใจและสนับสนุนแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เวลามีการดำเนินการเลือกตั้งทุกครั้งราษฏรจะออกไปใช้สิทธิ์เกือบ 100 %
- มีการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านร่วมกับประชาคมหมู่บ้านอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
- ชาวบ้านรู้สิทธิหน้าที่และปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง เคารพกฏกติกาของหมู่บ้าน โดยวิธีการประชาคมอย่างเคร่งครัด และเปิดโอกาสให้ราษฎรในหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการบริหาร จัดการท้องถิ่นตามระบอบประชาธิปไตย




ศูนย์สาธิตการตลาด (ร้านค้าชุมชน)

ความเป็นมา
การ ดำเนินการจัดตั้งศูนย์สาธิตการตลาดเริ่มเข้ามามีบทบาทโดยสำนักงานพัฒนาชุมชน ให้หมู่บ้านในแต่ละแห่งระดมทุนเพื่อจัดตั้งศูนย์สาธิตการตลาดหรือร้านค้า ชุมชนขึ้น โดยบางหมู่บ้านได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก บางหมู่ก็ต้องยุบ เพราะไม่สามารถที่จะอยู่ได้ก็ด้วยสาเหตุหลายประการ แต่หมู่บ้านระโงนกรอย ได้จัดเวทีประชาคมและตามความเห็นของชาวบ้านโดยได้ระดมทุนครั้งแรก หุ้นละ 100 บาท จำนวน 88 หุ้น เป็นจำนวนเงิน 8,800 บาทในขณะนั้น จัดตั้งศูนย์สาธิตการตลาด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2530

เมื่อเวลาต่อ มาปี 2532 ก็ได้คืนหุ้นทั้งหมดให้สมาชิก แต่ได้นำเอากำไรที่ได้รับมาเป็นต้นทุนดำเนินการแทน เฉลี่ยเป็นกำไรคนละ 77 บาท การดำเนินการครั้งนั้นก็เริ่มจากหุ้นละ 77 บาท ซึ่งมาปัจจุบันมีสมาชิกผู้ถือหุ้น 47 คน จำนวนหุ้น 140 หุ้น ซึ่งเมื่อรวมทั้ง
ทุน + หุ้น = 164,632 บาท

จุดเด่น
1.ร้านค้าในหมู่บ้านมีเพียงร้านเดียว คือร้านค้าชุมชน
2.คณะกรรมการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีวาระดำรงตำแหน่ง 1ปี
3.สินค้าราคาถูกและมีเพียงพอที่จะบริการสมาชิก
4.สมาชิกทุกคนเคารพในกฎระเบียบข้อบังคับของร้านค้าชุมชน
5.ความสามัคคีในกลุ่มสมาชิกและความร่วมมือกันซื้อสินค้า


ความเป็นมาของรถนวดข้าว (คันที่ 1)

ปี พ.ศ.2537 ในที่ประชุมชาวบ้านโดยนายบุญจันทร์ เจริญยิ่ง ซึ่งได้ดำรงเป็นผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้นได้มีมติในการที่จะจัดซื้อรถนวดข้าว เพื่อการเกษตร เป็นจำนวนเงิน 230,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีแต่ของนายทุนมาดำเนินการ ผลประโยชน์ก็จะอยู่ที่นายทุนคนเดียว เมื่อในที่ประชุมเห็นชอบก็ได้นำเงินในบางส่วนของกิจกรรม ศูนย์สาธิตการตลาด ธนาคารข้าว และเงินจากการทอดผ้าป่าที่แยกออกมาจากวัด แต่บางส่วนก็ยังคงติดค้างอยู่ แต่เมื่อซื้อรถนวดข้าวมาแล้วก็สามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด
การบริหารรถนวด ข้าว จะตั้งคณะกรรมการดูแล 3 – 4 คน และส่วนที่ได้จะได้รับ 25 เปอร์เซ็นต์มาแบ่งกัน และมีกฎระเบียบข้อบังคับของการดำเนินการรถนวดข้าวชุมชน


ความเป็นมาของรถบรรทุก 6 ล้อ (คันที่ 2)

ปี 2544 ในที่ประชุมหมู่บ้าน ได้ให้เหตุผลจากการดำเนินกิจกรรมรถนวดข้าวได้ผลเป็นที่น่าพอใจจึงมีการเสนอ ให้ชุมชนจัดซื้อรถบรรทุก 6 ล้อ เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท เพื่อใช้ในการขนผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว หรือสินค้าเพื่อนำมาจำหน่ายในศูนย์สาธิตการตลาด ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวของรถบรรทุก 6 ล้อก็คล้ายกับรถนวดข้าว โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการดูแล และระเบียบข้อบังคับในการใช้รถ

ความเป็นมาของรถเกี่ยวข้าว (คันที่ 3 )

ปี 2545 ในที่ประชุมชาวบ้านระโงนกรอย เมื่อได้เห็นผลงานการดำเนินกิจกรรมของรถทั้งสองคันแล้ว ซึ่งเป็นที่น่าพอใจสำหรับชาวบ้านในชุมชนและเพื่อเป็นการสร้างความอำนวยความ สะดวกในเรื่องการเกษตรให้ครบวงจรจึงได้ลงมติเห็นชอบที่จะจัดซื้อรถเกี่ยว ข้าวเป็นจำนวนเงิน 450,000 บาท สำหรับในเรื่องการบริหารจัดการก็จะดำเนินการคล้ายกันและสอดคล้องกันตาม กระบวนการจัดเก็บผลผลิตในด้านการเกษตร และในด้านอื่นๆตามที่ประชุมเห็นชอบ


โรงสีข้าวชุมชน

ปี 2545 ประชาคมตำบลบึง มีมติให้ตั้งโรงสีข้าวชุมชน ตำบลบึง ณ บ้านระโงนกรอยเพราะมองเห็นรูปแบบการดำเนินกิจกรรมที่ได้ผล และเพื่อการดำเนินกิจกรรมที่ครบวงจร รวมทั้งการดำเนินการ แปรรูปข้าว ,บรรจุภัณฑ์ และจัดหาตลาดเพื่อการจำหน่าย ให้ประชาชนมีรายได้เสริม โดยการตั้งโรงสีข้าวชุมชนประจำตำบลบึงใช้งบประมาณ จำนวน 999,700 บาท และเงินสมทบจากชาวบ้าน จำนวน 230,000 บาท

 

คลื่นมหาชนคนจริงใจ..ไอซีทีอีสาน